<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>MaGicNote &#187; usability</title>
	<atom:link href="http://note.elevenroom.com/index.php/tag/usability/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://note.elevenroom.com</link>
	<description>buffer of my life</description>
	<lastBuildDate>Mon, 19 Apr 2010 17:27:27 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=abc</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>[DESIGN] 10 Useful Usability Findings and Guidelines</title>
		<link>http://note.elevenroom.com/index.php/programming/design-10-useful-usability/</link>
		<comments>http://note.elevenroom.com/index.php/programming/design-10-useful-usability/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 28 Sep 2009 18:29:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>MaGicBank</dc:creator>
				<category><![CDATA[Programming]]></category>
		<category><![CDATA[design]]></category>
		<category><![CDATA[usability]]></category>
		<category><![CDATA[website]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://note.elevenroom.com/?p=102</guid>
		<description><![CDATA[แปลมาจาก ตรงนี้ ผ่านทางความขี้เกียจของคุณ Mk ตรงนี้

10 เรื่องควรรู้ ในการออกแบบ website ที่ผ่านการศึกษามาแล้ว

1&#46; label ของ field ควรอยู่ด้านบนของ field นั้นๆ เป็นเรื่องจริงที่คนส่วนใหญ่ จะมองจากด้านบนลงด้านล่าง และจากประสพการณ์ส่วนตัว ผู้ใช้งานชอบที่จะ input ข้อมูลลง field จากด้านบนลงด้านล่างด้วย แม้ว่า field นั้นจะมี 2 คอลัมเรียงกันก็ตาม


ภาพจาก wordpress.com

2&#46; คนส่วนใหญ่ จะ focus ไปที่ภาพหน้าคนก่อนเสมอ จากนั้นจึง focus ไปที่จุดที่ภาพนั้นมองอยู่ ดังนั้น ถ้าเราต้องการให้อะไรมันเด่นขึ้นมา ก็ควรจะมีรูปหน้าคนมองมันอยู่น่ะ


ภาพจาก usableworld.com.au

3&#46; ไม่ว่าของที่เราต้องการนำเสนอนั้นจะดูธรรมดาสักแค่ไหน ถ้าเราออกแบบหน้าตาการนำเสนอให้ดี ของสิ่งนั้นก็จะดูดีไปเอง


ภาพจาก feedafever

4&#46; คนส่วนใหญ่ ไม่ชอบเลื่อนหน้าจอดูเนื้อหาส่วนที่ถูกซ่อนอยู่ ดังนั้น ถ้าต้องการจะ present อะไร ก็จงจับให้มันอยู่ในส่วนหัวของหน้าจอแรกซะ


ภาพจาก basecamphq

5&#46; สีฟ้า เป็นสีที่ดีที่สุดที่จะใช้เป็นสีของ link [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>แปลมาจาก <a href="http://www.smashingmagazine.com/2009/09/24/10-useful-usability-findings-and-guidelines/">ตรงนี้</a> ผ่านทางความขี้เกียจของคุณ Mk <a href="http://www.usably.net/?p=482">ตรงนี้</a></p>

<p><strong>10 เรื่องควรรู้ ในการออกแบบ website ที่ผ่านการศึกษามาแล้ว</strong></p>

<p>1&#46; label ของ field ควรอยู่ด้านบนของ field นั้นๆ เป็นเรื่องจริงที่คนส่วนใหญ่ จะมองจากด้านบนลงด้านล่าง และจากประสพการณ์ส่วนตัว ผู้ใช้งานชอบที่จะ input ข้อมูลลง field จากด้านบนลงด้านล่างด้วย แม้ว่า field นั้นจะมี 2 คอลัมเรียงกันก็ตาม</p>

<p><img src='http://farm3.static.flickr.com/2565/3963441052_c7fb48162f.jpg' alt='001'/><br />
ภาพจาก <a href="http://en.wordpress.com/wp-login.php">wordpress.com</a></p>

<p>2&#46; คนส่วนใหญ่ จะ focus ไปที่ภาพหน้าคนก่อนเสมอ จากนั้นจึง focus ไปที่จุดที่ภาพนั้นมองอยู่ ดังนั้น ถ้าเราต้องการให้อะไรมันเด่นขึ้นมา ก็ควรจะมีรูปหน้าคนมองมันอยู่น่ะ</p>

<p><img src='http://farm3.static.flickr.com/2434/3962665329_21bd0c4956.jpg' alt='002'/><br />
ภาพจาก <a href="http://usableworld.com.au/2009/03/16/you-look-where-they-look/">usableworld.com.au</a></p>

<p>3&#46; ไม่ว่าของที่เราต้องการนำเสนอนั้นจะดูธรรมดาสักแค่ไหน ถ้าเราออกแบบหน้าตาการนำเสนอให้ดี ของสิ่งนั้นก็จะดูดีไปเอง</p>

<p><img src='http://farm4.static.flickr.com/3479/3962665655_7ec15beb0b.jpg' alt='003'/><br />
ภาพจาก <a href="http://feedafever.com/">feedafever</a></p>

<p>4&#46; คนส่วนใหญ่ ไม่ชอบเลื่อนหน้าจอดูเนื้อหาส่วนที่ถูกซ่อนอยู่ ดังนั้น ถ้าต้องการจะ present อะไร ก็จงจับให้มันอยู่ในส่วนหัวของหน้าจอแรกซะ</p>

<p><img src='http://farm4.static.flickr.com/3426/3962666075_98549ed53d.jpg' alt='004'/><br />
ภาพจาก <a href="http://basecamphq.com/">basecamphq</a></p>

<p>5&#46; สีฟ้า เป็นสีที่ดีที่สุดที่จะใช้เป็นสีของ link เพราะมันเป็นค่ามาตรฐานมาตั้งแต่ browser ยุคแรก และคนส่วนใหญ่รู้จักดี หรือถ้าต้องการความแตกต่าง สีของ link ก็ควรเป็นสีที่ตัดกับสีของพื้นหลัง และไม่อยู่ในเฉดสีเดียวกับข้อความทั่วไป</p>

<p><img src='http://farm3.static.flickr.com/2518/3963442468_381db16acf.jpg' alt='005'/><br />
ภาพจาก <a href="http://www.google.co.th/intl/th/about.html">google</a></p>

<p>6&#46; ความกว้างของช่องค้นหาที่ดีควรกว้าง 27 ตัวอักษร เพราะมีการศึกษามาแล้วว่า ตัวอักษร 27 ตัว เป็นจำนวนที่เหมาะสมที่สุด และสามารถค้นหาสิ่งที่ต้องการได้ถึง 90% แต่จงจำไว้ว่า ควรใช้ em ในการกำหนดความกว้างแทน pixel เพราะ 1 em เท่ากับความกว้างของตัวอักษร "M" 1 ตัว</p>

<p>7&#46; การกำหนดให้มีพื้นที่ว่างระหว่าง content ต่างๆ จะช่วยเพิ่มความเข้าใจให้ผู้ใช้งานได้ว่า อะไร อยู่ในกลุ่มไหน ทำให้เราไม่ต้องใช้เส้นแบ่งให้ลายตาเล่นกันอีกเลย</p>

<p><img src='http://farm4.static.flickr.com/3522/3963442918_564ac2b0c2.jpg' alt='006'/><br />
ภาพจาก <a href="http://thenetsetter.com/blog/">thenetsetter</a></p>

<p>8&#46; ไม่จำเป็นต้องใช้คนเป็นร้อยเป็นพัน ในการทดสอบการใช้งานเลย คนแค่ไม่กี่คนก็ค้นพบปัญหาได้เกือบทั้งหมดแล้ว</p>

<p><img src='http://farm3.static.flickr.com/2438/3963443028_17feb333da.jpg' alt='007'/><br />
ภาพจาก <a href="http://www.useit.com/alertbox/20000319.html">useit</a></p>

<p>9&#46; หน้าแสดงข้อมูลของสินค้าที่ละเอียดครบถ้วน จะช่วยเพิ่มยอดขายของเราให้ได้มากมาย เคยไหมที่ต้องการซื้ออะไรซักอย่าง แต่พอเข้าไปดูที่ website ผู้ผลิตแล้ว กลับไม่มีข้อมูลอะไรที่มีประโยชน์ มีแค่รูป 2 รูป กับคำอธิบาย 2 บรรทัด มันทำให้เราตัดสินใจได้ง่ายมากว่า "กุไม่ซื้อก็ได้ว่ะ"</p>

<p><img src='http://farm3.static.flickr.com/2662/3963443370_14595764b0.jpg' alt='008'/><br />
ภาพจาก <a href="http://www.apple.com/ipodnano/specs.html">apple</a></p>

<p>10&#46; ผู้ใช้ส่วนใหญ่ "ตาบอด" กับโฆษณา ต้องใช้คำว่าตาบอด เพราะเมื่อใดก็ตามที่ผู้ใช้มองเห็นอะไรที่ดูเหมือนโฆษณา ผู้ใช้จะไม่สนใจมันในทันที แม้ว่าสิ่งนั้นจะไม่ใช่โฆษณาเลยก็ตาม ดังนั้น จงระวังอย่าทำอะไรให้มันดูเหมือนโฆษณา</p>

<p>แถมท้าย ข้อมูลการออกแบบจากกรณีศึกษา ที่คนส่วนใหญ่ใช้กัน แยกตามประเภท</p>

<p><strong>typography design</strong></p>

<ul>
<li>ความสูงของบรรทัด หาร ความสูงของตัวอักษร จะมีค่าประมาณ 1.5</li>
<li>ความยาวของบรรทัด หาร ความสูงของบรรทัด จะมีค่าประมาณ 28</li>
<li>ความสูงของช่องว่างระหว่างย่อหน้า หาร ความสูงของบรรทัด จะมีค่าประมาณ 0.8</li>
<li>จำนวนตัวอักษรใน 1 บรรทัด จะมีค่าประมาณ 80 ตัวอักษร</li>
</ul>

<p><strong>blog design</strong></p>

<ul>
<li>โครงสร้างส่วนใหญ่ เป็นแบบ fix width และจัดตำแหน่งแบบกึ่งกลาง โดยมีความกว้างประมาณ 975 พิกเซล</li>
<li>หน้าแรกของ website จะแสดงเนื้อหาประมาณ 15 บทความ</li>
<li>กว่าครึ่งของ layout ทั้งหมด ใช้ในการแสดงเนื้อหาหลัก</li>
</ul>

<p><strong>web form design</strong></p>

<ul>
<li>ปุ่ม "ลงทะเบียน" ส่วนใหญ่ ใช้คำว่า "sign up" และติดอยู่บริเวณมุมขวาบน</li>
<li>แบบฟอร์มลงทะเบียนมี layout แบบง่ายๆ เพื่อป้องกันความสับสนของผู้ใช้</li>
<li>label ของ input field เป็นตัวหนา และ field มีการเรียงลำดับในแนวตั้งมากกว่าแนวนอน</li>
<li>ค่านิยมของนักออกแบบส่วนใหญ่ มักจะออกแบบให้มี field แบบบังคับให้ใส่ข้อมูลอยู่ 2-3 field และแบบใส่ก็ได้ไม่ใส่ก็ได้อีก 2-3 field</li>
<li>ส่วนใหญ่จะไม่มีการตรวจสอบความถูกต้องของ email แต่การตรวจสอบความถูกต้องของ password นั้นจะมีกันเกือบทั้งหมด</li>
<li>ปุ่ม "submit" นั้น ส่วนใหญ่จะมีการจัดตำแหน่งแบบ ชิดซ้าย หรือไม่ก็ กึ่งกลาง</li>
</ul>

<p><strong>portfolio design</strong></p>

<ul>
<li>layout ส่วนใหญ่ จะจัดตำแหน่งแบบกึ่งกลาง และมี navigation menu แนวนอนขนาดใหญ่</li>
<li>เกือบครึ่งใช้ website แบบ dynamic page ที่เหลือเป็น static page</li>
<li>มากกว่าครึ่ง มีหน้าแสดงรายล่ะเอียดของแต่ล่ะ project ซึ่งรวมถึง กรณีศึกษา, ความเห็นจากผู้ใช้, รูปตัวอย่าง และแบบร่าง</li>
<li>หน้าข้อมูลสำหรับการติดต่อมักจะมี แผนที่, หมายเลขโทรศัพท์, email, ที่อยู่, นามบัตร และ contact form</li>
</ul>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://note.elevenroom.com/index.php/programming/design-10-useful-usability/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
